การสงวนรักษาอาคารมรดกทางวัฒนธรรม ถึงแม้จะมีอาคารและผังเมืองที่ทันสมัย

34

สิงคโปร์เป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลจีนใต้ มีทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ ที่ดิน อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ได้เอาชนะข้อจำกัดจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีเขียวและอัจฉริยะ แต่สิงคโปร์ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ในอนาคตประเทศสิงคโปร์ได้วางยุทธศาสตร์หรือภาพอนาคตของประเทศไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “สิงคโปร์จะเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัย เป็นเมืองที่ชาวสิงคโปร์รักและภูมิใจที่จะเรียกว่าบ้าน” โดยวางเป้าหมายไว้ว่าสิงคโปร์จะเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในเอเชีย โดยมีองค์ประกอบคือ เป็นเมืองสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับชาวสิงคโปร์ทั้งในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไปในอนาคต

เมืองต่างๆ ของอาเซียนน่าจะสามารถเรียนรู้แนวปฎิบัติที่ดีจากสิงคโปร์ โดยเฉพาะความท้าทายที่ว่าทำอย่างไรให้เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของเมืองดีควบคู่ไปด้วยกันได้ โดยไม่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นบทความนี้จะสรุปและชี้ให้เห็นความชาญฉลาดในการทำสิงคโปร์ให้น่าอยู่  ดังต่อไปนี้ เตรียมสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย สร้างทางเลือกและรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีความหลากหลาย  พร้อมๆ กับการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี  และการลงทุนสาธารณูปโภค เช่น ห้องสมุด  สนามกีฬา โรงเรียน ศูนย์บริการชุมชน  สนามเด็กเล่น  และสวนสาธารณะ

บูรณาการแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการคมนาคมขนส่ง ด้วยความพยายามในการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยในบริเวณเดียวกันหรือใกล้แหล่งงาน  หรือมีระบบโครงข่ายการขนส่งสาธารณะรองรับอยู่แล้ว  เพื่อการลดการเดินทางระหว่างบ้านไปยังที่ทำงานถือเป็นผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงของประเทศ  คนวัยทำงานไม่ต้องสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ในขณะที่การคับคั่งการจราจรจะไม่เกิดขึ้น  ตามนโยบายนี้สิงคโปร์ได้กำหนดการวางผังให้ที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ผสมผสานและรายรอบย่านพาณิชยกรรม  ซึ่งประชาชนสามารถเดิน  ใช้จักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางเข้าสู่แหล่งงานภายในย่านพาณิชยกรรมได้

การสงวนรักษาอาคารมรดกทางวัฒนธรรม ถึงแม้จะมีอาคารและผังเมืองที่ทันสมัย แต่รัฐบาลสิงคโปร์และประชาชนต่างมิได้ละเลยรากเหง้าทางประวัติศาสต์ ได้ร่วมมือร่วมใจในการอนุรักษ์อาคารเก่าที่มีสำคัญทางสถาปัตยกรรมไว้มากกว่า 6,800 แห่ง ซี่งได้ส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ไม่ทำให้สูญเสียอัตลักษณ์ คุณค่าและความสำคัญ เริ่มตั้งแต่ถนนเซนต์แอนดรูว์ อันเป็นที่ตั้งของศาลฎีกาและศาลากลางเมือง ให้เห็นถึงศิลปะตะวันตกที่เข้ามาในยุคสมัยอาณานิคมไปจนถึงย่านคล้าก คีย์ (Clark Quay) กลุ่มอาคารเก่าในย่านนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และพัฒนาให้เป็นย่านธุรกิจการค้าเพื่อนักท่องเที่ยว