รวยด้วยอสังหาฯ

%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-2

อสังหาริมทรัพย์  ในทางกฎหมาย ได้แก่ ที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่ติดอยู่กับที่ดิน มีลักษณะเป็นการถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น เช่น อาคาร บ้านเรือน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ หอพัก และสิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีโฉนดและสิทธิครอบครองในที่ดินที่ไม่มีโฉนดที่ดิน

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน คอนโด บ้าน ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน และอื่นๆ อีกมากมาย นับวันยิ่งมีนักลงทุนทั้งมือเก่าและมือใหม่เข้ามาให้ความสนใจกันมากขึ้น นั่นเป็นเพราะการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ใช้เงินลงทุนเพียงน้อยนิด ถ้าหากรู้วิธีและเทคนิคในการลงทุนก็จะสามารถรวยด้วยอสังหาได้ง่ายๆ

%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-1

การซื้อขายบ้านและที่ดิน สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่พบเห็น มักเป็นไปในรูปของการเก็งกำไรมากกว่าการลงทุน เช่น การซื้อมาขายไป หรือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรโดยเฉพาะ แต่ถึงอย่างไรก็ดี การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะทำในรูปของการเก็งกำไรหรือการลงทุน ก็ยังเป็นอาชีพที่มีความน่าสนใจมาก นอกจากนั้นการลุงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ยังมีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำ เนื่องจากบ้านเป็นทรัพย์สินจำเป็นที่มีจำกัด แต่เป็นที่ต้องการสูง บ้านและที่ดินยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ และนำมาหาผลตอบแทนได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปของมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำมากกว่าธุรกิจอื่นๆ บ้านและที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่จำกัด ไม่สามารถหามาทดแทนกันได้ โดยเฉพาะในทำเลที่ดีๆ ถึงแม้ราคาบ้านและที่ดินจะสูงมากขึ้น แต่ทว่าการซื้อขายก็ยังเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งผิดกับการลงทุนแบบอื่นๆ ด้วยเหตุผลนี้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุน ในยุคสมัยนี้

รายได้ที่เกิดจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2

การปล่อยเช่า เป็นช่องทางการลงทุนขั้นพื้นฐาน โดยมีอสังหาอยู่แล้ว เช่น คอนโด บ้าน ที่ดิน โกดัง ซึ่งสามารถเอามาปล่อยให้คนอื่นเช่าได้ การเช่าส่วนใหญ่เป็นแบบรายเดือนและมีการทำสัญญาเช่าที่ชัดเจน การปล่อยเช่าถ้า “ทำเล” ดี จะสร้างกำไรได้สูงมาก อย่างถ้าเป็นที่อยู่อาศัยก็ต้องอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ป้ายรถเมล์ ใกล้ทางด่วน ทำให้เดินทางสะดวก รวมถึงมีอาหารการกินเยอะหาง่าย เป็นต้น

การลงทุนแบบเก็งกำไร ตัวอย่างเช่นการซื้อคอนโดในระหว่างการสร้างหรือช่วงซื้อใบจอง คือไม่ได้ซื้อเพื่ออยู่เองแต่เห็นว่าคอนโดที่กำลังสร้างนั้นมีทำเลดีจึงอยากซื้อเอาไว้เก็งกำไร เมื่อคอนโดใกล้จะสร้างเสร็จยิ่งมีคนเข้ามาดูเรื่อยๆ และถ้าลูกค้าสนใจห้องที่เราเป็นเจ้าของก็มีโอกาสขายได้สูง แต่การลงทุนแบบเก็งกำไรนี้ก็มีเทคนิคมากมายจึงควรหาความรู้เพิ่มเติมด้วยจะทำให้เรามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

การประมูลจากกรมบังคับคดี การซื้ออสังหาจากกรมบังคับคดีทำให้เราได้ราคาถูกกว่าท้องตลาด โครงสร้างมีสภาพดีใช้ได้ เหตุผลเนื่องจากส่วนใหญ่เจ้าของร้อนเงินทำให้เราได้ต้นทุนมาในราคาถูก เมื่อได้มาแล้วเราอาจ Renovate ใหม่เพื่อให้เช่า หรือขายต่อก็ได้

การเป็นนายหน้า การเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ก็เหมือนการจับเสือมือเปล่า เราไม่ต้องมีที่ดินเอง เพียงแค่จับคนที่ต้องการขาย และคนที่ต้องการซื้อมา Match กันให้ได้เราก็จะได้ % จากการเป็นตัวกลางดำเนินการ รายได้จากการเป็นนายหน้าอยู่ที่ 2-4% จากราคาขาย และขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ได้ทำสัญญาไว้ด้วย นายหน้าควรมีเทคนิคในการเจรจาต่อรอง มีความอดทน บางทีกว่าลูกค้าจะตกลงซื้อได้ ก็พาไปดูที่มาแล้วหลายสิบคน

5 วิธีง่ายๆ รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์

%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b9%8c

1. การลงทุนกับนักลงทุนรายใหญ่ สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการลงทุน มีมนุษยสัมพันธ์ดี เก่งในการเจรจาต่อรอง มีคอนเนคชั่นมาก รู้จักนักลงทุนเยอะ เป็นคนมีเครดิต มีความคิดสร้างสรรค์และไอเดีย สามารถเอาประสบการณ์แลกเงินได้โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียวนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณรวยแบบก้าวกระโดดเพียงแค่เรานำไอเดียที่มีเสนอขายแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนได้ แต่คุณจะต้องมั่นใจว่าแผนโครงการนั้นๆ จะสร้างผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าให้นายทุน

2. การลงทุนกับกองทุน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรารวยด้วยอสังหาฯ โดยไม่ต้องปวดหัวกับคน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ผู้จัดการกองทุนจะระดมเงินทุนจากเราหรือประชาชนทั่วไป โดยการขายหน่วยลงทุน และนำเงินทุนที่ได้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น นำทุนที่ได้ไปลงทุนในที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ คลังสินค้า ศูนย์แสดงงาน ศูนย์การค้า หรือสนามบิน เป็นต้น

3. การลงทุนแบบเก็งกำไร นับว่าเป็นช่องทางการลงทุนขั้นเริ่มต้นของนักลงทุนมือใหม่ เพียงแค่ซื้อใบจองแล้วก็ปล่อยขายก็ทำกำไรได้แต่ในความเป็นจริงการลงทุนแบบเก็งกำไรนี้ก็มีเทคนิคที่ควรเรียนรู้อยู่บ้าง สิ่งสำคัญที่จะสร้างรายได้ด้วยการเก็งกำไร คือ ต้องเรียนรู้เรื่องทำเล ต้องเป็นทำเลที่มีศักยภาพ โครงการที่ลงทุนต้องเป็นโครงการที่มีชื่อเสียงมีประสบการณ์ ต้องเรียนรู้เรื่องวงรอบในการทำกำไร หมายความว่า ต้องรู้ช่วงเวลาของราคา เช่น ช่วงก่อนพรีเซล หลังพรีเซล 6 เดือน 1ปี ช่วงก่อสร้าง ช่วงสร้างเสร็จ ช่วงก่อนโอน และช่วงหลังโอน เป็นต้น

4. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายวัน เดิมทีค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้าน คอนโด ห้องเช่า อพาร์ทเมนต์ มักเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือน แต่ก็มีกรณีที่ทำเลนั้นเป็นทำเลที่มีความต้องการมาก มีผู้คนหมุนเวียน เดินทางมาแวะพัก นักท่องเที่ยวบางคนไม่ต้องการพักโรงแรม หรือที่พักที่มีราคาแพง ขออาศัยเพียงแค่ที่หลับนอนที่พออำนวยความสะดวกได้บ้าง ด้วยความต้องการแบบนี้จึงมีนักลงทุนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เช่าบ้าน ตึก อาคารพาณิชย์ ในทำเลที่ดีแล้วลงทุนตกแต่ง แบ่งห้องให้เช่า ทำเป็นโฮสเทล ถือได้ว่าเป็นช่องทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ดีทีเดียวได้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากๆ เพียงแค่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ใส่ลงไป รายได้รายเดือนจะกลายเป็นรายได้รายวันทันที

5. การลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน เป็นช่องทางการลงทุนขั้นพื้นฐานที่ใครๆ ก็ชอบ เพราะได้เป็นเสือนอนกิน เริ่มจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ห้องเช่า จากนั้นก็นำมาปล่อยเช่าเก็บรายได้ทุกเดือนๆ โดยใช้แรงแค่การบริหารเพียงไม่กี่วันต่อเดือนเท่านั้น แต่หลักสำคัญของการลงทุนแบบปล่อยเช่านั้น คือ “ทำเลและกลุ่มเป้าหมายผู้เช่า” รายได้จากการปล่อยเช่าขึ้นอยู่กับทำเลและต้นทุนที่ลงทุนไป เช่น ถ้าได้ทรัพย์มาในราคาที่ถูก อยู่ในทำเลที่ดี ย่อมได้ค่าเช่าดี รายได้ต่อเดือนก็ย่อมสูงประมาณ 8-12% เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ ในกรณีที่กู้เงินมาลงทุน

การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับชาวต่างชาติ

4ab5ae4d48

การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับชาวต่างชาตินั้น  จะพูดว่ามันง่ายหรือว่ายากมากซะทีเดียวมันก็ไม่ถูกนัก  เพียงแค่คุณต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทำธุรกิจ  ซึ่งในการติดต่อเจรจาธุรกิจกับชาวต่างชาติส่วนใหญ่ก็จะมีรูปแบบการปฏิบัติที่คล้ายๆกันเป็นสากล นั้นคือ

  1. การตรงต่อเวลา  จะเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความใส่ใจและสนใจในการทำธุรกิจของคุณและยังทำให้การเจรจาง่ายยิ่งขึ้น  และหากมีการนัดหมายกับผู้ใดก็ควรที่จะเผื่อเวลาในการเดินทางเพื่อไปให้ถึงจุดหมายก่อนเวลาสักเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่ต้องเร่งรีบรวมถึงมีเวลาเตรียมความพร้อมให้กับตนเอง
  2. มีความซื่อสัตย์   เป็นหนทางที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  ความซื่อสัตย์นั้นจะก่อให้เกิดความไว้วางใจ  สิ่งนี้ไม่อาจสามารถสร้างขึ้นได้เพียงวันเดียว  แต่สามารถถูกทำลายลงได้เพียง 1 นาที  เพราะฉะนั้นจงหลีกเลี่ยงวิธีการกลโกงต่างๆ  ซึ่งแน่นอนว่า  ก่อนจะทำธุรกิจนั้น ความไว้วางใจต้องมาเป็นอันดับแรก  และหลังจากนั้นขั้นตอนเจรจาในรายละเอียดปลีกย่อยถึงจะตามมา  และคำถามที่ตามคือ  เราจะทำให้ชาวต่างชาติเชื่อใจเราได้อย่างไร  สิ่งสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อมทุกครั้งคือ  เอกสารสำคัญและสัญญาต่างๆทั้งในส่วนของเราเองและในส่วนของชาวต่างชาติ  ในส่วนเอกสารสำคัญของเรานั้นก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้เสมอ เช่น หากเป็นการซื้อขายที่ดินก็ควรจะมีโฉนดที่ดินยืนยัน เป็นต้น
  3. มีความน่าเชื่อถือ  เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ  วิธีที่ควรทำก็คือ  เราควรมีที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายหรือทนายความไว้คอยให้คำแนะนำทั้งสองฝ่าย  ในบางกรณีชาวต่างชาติอาจนำทนายหรือที่ปรึกษาส่วนตัวไปด้วยในการตกลงหรือเจรจา  ซึ่งบางทีอาจทำให้เรารู้สึกถึงความอึดอัดใจ  รู้สึกว่าเขาอาจไม่เชื่อมั่นเรา  หรือกลัวเราจะหลอกหลวงนั้น  ตามความเป็นจริงแล้วนี้ก็อาจมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่ว่าถ้ามองอีกมุมหนึ่งนั้นคือเขาต้องการทำธุรกิจกับเราอย่างถูกตามหลักกฏหมายและไม่ต้องการให้มีปัญหาและข้อผิดพลาดใดๆตามมาในภายหลังเท่านั้นเอง  การสร้างความเชื่อมั่นยังรวมไปถึงเวลาการทำข้อตกลงต่างๆ ทั้งการเช่า ซื้อ หรือขาย อสังหาริมทรัพย์นั้น ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงใดๆ ในภายหลัง ไม่ว่าจะมีความสนิทชิดเชื้อกันแค่ไหน เพราะข้อตกลงก็คือสัญญา  ไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ส่วนตัว อย่างเช่น ข้อตกลงในการจ่ายเงิน กำหนดจ่ายภายในระยะเวลา 1 เดือน ก็ให้ชำระภายในระยะเวลาดังกล่าว  การไม่ทำตามสัญญาก็คือการทำผิดกฏหมายนั้นเอง  และอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อใจและเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย
  4. สะดวก รวดเร็ว   ชาวต่างชาติจะให้ความสำคัญในเรื่องของเวลาเป็นอย่างมาก  การทำข้อตกลงต่างๆไม่ควรทำให้มีความซับซ้อนยุ่งยาก  ควรมีความตรงไปตรงมา ง่ายๆหากต้องการอะไรเป็นพิเศษควรแจ้งให้ชาวต่างชาติรับรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้มีเวลาเตรียมตัว แต่ในขณะเดียวกันในความสะดวกและรวดเร็วก็ต้องคงความถูกต้องของทุกอย่างไว้

สภาพของความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้

03

เมื่อประชากรของโลกเกิดมามีชีวิตอยู่บนโลก ธรรมชาติได้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดไว้ให้แล้ว แต่โดยที่เรามีสมองแทนเขี้ยวเล็บ ที่สัตว์มีไว้เพื่อการใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลก จึงทำให้มีการคิดค้นแสวงหาประโยชน์จากธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งหากว่าประชากรของโลกจะมีจำนวนเท่าเดิม หรืออย่างน้อยก็น้อยกว่าเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันสักเพียงครึ่งเดียวการจัดการกับธรรมชาติของประชากรโลกก็คงไม่กระทบกระเทือน กับธรรมชาติมากนัก แต่ที่เป็นคนอยู่ในวันนี้ก็คือว่า ประชากรของโลกได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมากจนต้องอยู่กันอย่างแออัดในที่ ๆ เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตอยู่ และต่างได้จัดการกับธรรมชาติโดยขาดความระมัดระวัง จนถึงวันนี้ประชากรโลกไม่อาจเลือกสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่านี้ได้ เพราะความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังคงก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก และนอกจากนั้นค่านิยมของสังคมได้บีบบังคับให้ประชากรต้องแข่งขันกันในการดำรงอยู่ จนกลายเป็นความฟุ่มเฟื่อย และเมื่อแต่ละคนแต่ละครอบครัวได้สั่งสมค่านิยมเหล่านี้ให้กับตัวเอง ผลก็คือทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลงจนเห็นได้ชัด

ประเทศไทยก็ไม่แตกต่างไปจากที่กล่าวมาและสภาพของความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพราะการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ฐานะของประเทศก้าวรุดไปข้างหน้า การพัฒนาโดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติเป็นพื้นฐาน โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับด้านเดียวนั้นได้ทำให้สภาพแวดล้อมของชาติตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมจนเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นปัญหาพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งเหลืออยู่เพียง 25% ของพื้นที่ประเทศ การลดลงอย่างรวดเร็วของพื้นที่ป่าไม้นั้น เกิดจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาที่ดิน ซึ่งมีการใช้ที่ผิด ๆ อยู่เสมอ ๆ ปัจจุบันพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ถูกใช้เพื่อการเกษตรโดยขาดการวางแผน ซึ่งทำให้ยากต่อการป้องกันและแก้ไขความเสื่อมของดิน หรือการนำพื้นที่ดินที่เหมาะสมต่อการเกษตรไปใช้ประโยชน์ในการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของชุมชน ตลอดจนความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การทำเหมืองแร่ในป่าสงวนหรือการสร้างเขื่อนในเขตป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร ปัญหาน้ำเสีย ซึ่งเกิดจากการปล่อยของเสียจากแหล่งชุมชน จากโรงงานอุตสาหกรรม จนทำให้แหล่งน้ำเสื่อมคุณภาพ ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำที่สะอาด ปัญหามลพิษของอากาศ ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ยานพาหนะ ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ปริมาณของสารพิษ อาทิ คาร์บอนมานอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน ตะกั่ว และฝุ่นละอองปะปนอยู่ในอากาศมาก จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและทรัพย์สิน ปัญหาเสียงอึกทึก ที่เกิดจากยานพาหนะโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดอยู่ในชุมชนใหญ่ ๆ ที่มีประชากรอยู่หนาแน่น อาทิ กรุงเทพฯ เป็นต้น ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดจากการทิ้งของเสียจากชุมชนที่มีอัตรามากเกินกว่าจะเก็บทำลายได้หมด นอกจากนี้การทิ้งขยะมูลฝอยแบบมักง่ายยังได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อาทิ น้ำเน่าเสีย อากาศเป็นพิษ ปัญหาสารเป็นพิษ ซึ่งเกิดจากสารเคมีที่ใช้ปราบศัตรูพืชและสารพิษที่เป็นโลหะหนักจากโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ สารเคมีที่ใช้ในอาหาร ซึ่งบางชนิดใช้เวลานานกว่าจะสลายตัวจากการสำรวจได้พบสารพิษตกค้างอยู่ในผักในดินที่เพาะปลูก ในแหล่งน้ำ สัตว์น้ำ ซึ่งได้มีการสะสมตัวเองเพิ่มมากขึ้นจนส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูงเกินความปลอดภัยต่อชีวิต

หันมาช่วยกันดูแลธรรมชาติ พื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในครอบครัว

เมื่อบ้านคือ สถานที่อันปลอดภัยและเหมาะสำหรับการพักอาศัยของเรา บรรยากาศของบ้านที่ดีจึงควรโอบล้อมอยู่ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ ธรรมชาติอันร่มรื่นและความเขียวครึ้มของต้นไม้ใหญ่ที่จะช่วยบดบังแสงแดด เพิ่มออกซิเจนและช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ให้ปอดของเพื่อนๆ ได้รับแต่ความชุ่มช่ำเข้าไปในทุกอณู เพื่อสุขภาพที่ดีของสมาชิกในครอบครัวทุกๆ คน

แต่การจะสร้างบ้านใหม่ให้ได้สภาพแวดล้อมแบบนี้ เราทุกคนก็ควรหันมาช่วยกันดูแลธรรมชาติ หรือเอาง่ายๆ ว่าการดูแลบ้านให้ดีจะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้น่าอยู่อาศัย เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยรักษ์โลกให้คงความน่าอยู่เอาไว้ บ้านแต่ละหลังสามารถสร้างมลพิษไม่ว่าจะทางน้ำหรือทางอากาศ แถมในการใช้ชีวิตของเราแต่ละวันยังเต็มไปด้วย “ขยะ” กองโต ทั้งเศษอาหารและวัสดุแปรรูปจากอุตสาหกรรมมากมาย เมื่อรวมๆ กันหลายหลังเข้าก็ย่อมเป็นการบั่นทอนระบบนิเวศน์ ปัญหาที่ตามมา ไม่ใช่เฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นในสถานที่ห่างไกลสายตาของเราอย่างบ่อฝังกลบขยะหรือแหล่งลำคลองที่เน่าเสีย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลเชื่อมโยงและสามารถเข้ามาทำลายคุณภาพชีวิตที่ดีของเราได้เช่นกัน ดังนั้น การหันมาใส่ใจดูแลบ้านมากขึ้น ก็จะช่วยลดมลภาวะให้บ้านกลายเป็นวิมานที่น่าอยู่และเป็นมิตรต่อโลกได้มากขึ้นค่ะ

เปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยต้นไม้
นอกจากเศษอาหารในแต่ละวันที่เรากินทิ้งกินขว้างและโยนมันลงถุงขยะไปอย่างน่าเสียดาย เรากลับนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างง่ายๆ และมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก บ้านไหนที่ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา ลองใช้เศษอาหารดังกล่าวมาทำการหมักให้กลายเป็นปุ๋ยชีวภาพ จากนั้นนำน้ำที่ได้ไปใช้สำหรับการรดต้นไม้ ก็จะช่วยให้มันสามารถเขียวขจีและออกดอกออกผลได้อย่างสวยงาม หรือหากใครไม่สะดวก แทนที่จะทิ้งลงถังขยะ ลองนำเศษอาหารเหล่านี้ไปฝังกลบเพื่อให้เป็นปุ๋ยย่อยสลายตามธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

เปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบ LED
ระบบหลอดไฟแบบ LED ในปัจจุบันกำลังกลายเป็นที่นิยมในการใช้งานมากขึ้น คุณสมบัติของมันคือการช่วยประหยัดพลังงานได้สูงกว่าหลอดไฟทั่วไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งอายุการใช้งานยังยาวนานมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ให้แสงสีขาวที่มีความนุ่มนวล เสริมให้บ้านดูอบอุ่นและน่าอยู่อาศัย นอกจากนี้ มันยังเป็นหลอดไฟที่มีอุณหภูมิต่ำ ไม่ส่งผลกระทบให้บ้านเกิดความร้อนอีกด้วย

เมื่อเราอยากมีบ้านที่โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศดีๆ สิ่งที่ควรทำก็คือการช่วยเป็นหนึ่งแรงดูแลรักษาโลกของเราให้คงสภาพที่น่าอยู่อาศัย แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสุขที่ธรรมชาติจะตอบแทนให้กับเราเองค่ะ

การเลือกทิศบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญในทางฮวงจุ้ย

ฉากฮวงจุ้ยใหม่ด้านใน
การจัดวางบ้านที่คำนึงถึง แดด ลม ฝน ตำแหน่งต่างๆของห้อง รูปแบบบ้าน เสา คาน สถานที่ ทิศทางของบ้าน สภาพแวดล้อม ภายนอกและภายในเป็นอย่างไร ประตูอาคาร ประตูบ้าน ห้องนอน ห้องครัวสัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัยหรือไม่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลตอบรับกับสภาพแวดล้อมภายนอกตัวบ้านสู่ภายในตัวบ้าน เป็นหลักใหญ่ๆที่เป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น รายละเอียดและเหตุที่เกิดยังมีอีกมากมาย หากได้รับการแก้ไขจัดวางอย่างเหมาะสมแล้วย่อมแสดงออกถึงสุนทรียศาสตร์อันทรงคุณค่าของฮวงจุ้ย แสดงออกถึงความรู้สึกคุณค่าของสิ่งที่งามและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ในอันจะหล่อหลอมความเป็นอยู่ของมนุษย์ เน้นให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ที่ต้องเกื้อหนุนหรือทำลายล้างกัน

เรื่องของที่อยู่อาศัยจะให้อยู่แล้วมีความสุข สบายใจ นอกจากจะเลือกเอาตามที่ชอบ ถูกใจคนอยู่แล้ว เห็นทีเรื่องการสร้างความเป็นสิริมงคลอย่างการดูฮวงจุ้ยก็เข้ามาเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งการดูฮวงจุ้ยนั้นสามารถช่วยในการเสริมมงคลให้กับบ้าน โดยใช้ทิศทางเป็นตัวกำหนด เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการจัดบ้านในแต่ละพื้นที่ให้ถูกต้อง เพราะการเลือกทิศบ้านถือเป็นสิ่งสำคัญในทางฮวงจุ้ย เพราะประตูบ้านเป็นช่องเปิดที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดของบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่กระแสอากาศภายนอกจะมาเกิดปฏิสัมพันธ์กับอากาศภายในบ้านได้มากที่สุด หากเราเลือกบ้านที่หันไปในทิศทางใดก็จะเท่ากับเราเลือกที่จะรับพลังงานในรูปแบบนั้นๆ ยิ่งถ้าเราเลือกรับพลังงานในทิศที่เป็นมงคลแล้ว ก็ยิ่งเป็นการเสริมโชคลาภให้กับเจ้าของบ้านด้วยนั่นเอง

ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เราทราบกันดีก็คือพลังของแม่เหล็กย่อมส่งผลต่อธาตุเหล็กเสมอ โดยที่ในเลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง โดยที่เลือดของมนุษย์ทุกคนจะมีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกระแสพลังของแม่เหล็กโลกจึงมามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนได้ บ้านของเราทุกคนก็เช่นกันเดียวกันที่ต่างก็สร้างอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลก โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน โดยที่บ้านแต่ละหลังก็จะหันทำมุมกับเส้นแรงของแม่เหล็กไม่เท่ากัน จึงได้รับพลังงานที่แตกต่างกันเข้ามาอยู่ในบ้าน และด้วยเหตุที่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกันวันละ 8-10 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้นพลังของแม่เหล็กโลกที่สะสมตัวอยู่ในบ้านจึงได้อิทธพลต่อชีวิตของคนค่อนข้างมาก

หลักการสุขาภิบาลที่อยู่อาศัย

สมาคมสาธารณสุขอเมริกัน (American Public Health Administration) ได้กำหนดมาตรฐานความต้องการในเรื่องบ้านพักอาศัย ดังนี้คือ

บ้านพักอาศัยจะต้องมีลักษณะเป็นไปตามความต้องการทางด้านร่างกายของผู้อยู่-อาศัย (Fundamental Physiological Needs)
บ้านพักอาศัยจะต้องเป็นไปตามความต้องการทางด้านจิตใจของผู้อยู่อาศัย (Fundamental Psychological Needs)
ต้องป้องกันโรคติดต่อภายในบ้าน (Provision against Communicable Diseases)
สามารถป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้าน (Provision against Accidents)

ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Fundamental Physiological Needs)

หมายถึง การจัดสิ่งแวดล้อมของที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมสนองความต้องการทางร่างกาย แก่ผู้อยู่อาศัยได้ เช่น การจัดระบบระบายอากาศให้เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้อยู่อาศัยที่จะต้องพิจารณาจัดให้ถูกต้องด้วย ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

1.1 อุณหภูมิและความชื้น (Temperature and Humidity)
อุณหภูมิและความชื้นมีส่วนทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบาย หากมีอากาศร้อนและความชื้นสูงจะทำให้รู้สึกเฉื่อยชา (sluggish) แต่ถ้าหากมีอากาศเย็นหรือแห้งและความชื้นต่ำ มักจะมีความกระตือรือร้น อย่างไรก็ตาม มนุษย์แต่ละพื้นที่จะมีความรู้สึกสบายต่ออุณหภูมิและความชื้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ เช่น ความไวต่อความรู้สึก (sensation) สุขภาพอนามัย (health) เพศ (sex) กิจกรรมที่กำลังกระทำ (activities) เครื่องแต่งกาย และอายุของผู้อยู่อาศัย เป็นต้น ในประเทศไทย อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับคนไทยมีการเสนอแนะว่า ควรอยู่ในช่วง 26.5-29 องศาเซลเซียส ความเร็วลม 1 ฟุตต่อวินาที ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 50-60 เปอร์เซ็นต์ และที่อุณหภูมิเบี่ยงเบน 3-6 องศาเซลเซียส
1.2 การระบายอากาศ (Ventilation)
การระบายอากาศที่ดี เป็นการช่วยให้บ้านพักอาศัยปราศจากมลพิษทางอากาศภายในบ้านพักอาศัย (Indoor Air Pollution) เป็นการลดอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังและเยื่อบุอักเสบต่าง ๆ (chronic respiratory diseases and malignancies) สารมลพิษต่างๆ ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการสันดาปเชื้อเพลิงที่เกิดจากการหุงต้มภายในบ้าน เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารประกอบอินทรีย์ ควันบุหรี่ เป็นต้น

• การระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ (Natural Ventilation) เป็นการออกแบบและสร้างส่วนต่างๆภายในบ้าน ให้มีการระบายอากาศเป็นไปโดยธรรมชาติ เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องส้วม เป็นต้น การเคหะแห่งชาติได้กำหนดมาตรฐานส่วนต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัย เพื่อการระบายอากาศที่เหมาะสม ดังนี้
ก. การระบายอากาศของพื้นที่อยู่อาศัย
• ความสูงจากพื้นถึงเพดานของพื้นที่ใช้อยู่อาศัย ต้องไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร
• ปริมาตรพื้นที่อยู่อาศัยต้องไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อคน โดยนับรวมห้องที่อยู่อาศัยทั้งหมดของบ้าน
• พื้นที่ของประตู หน้าต่าง ช่องระบายลม รวมกันจะต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20 ของพื้นที่ห้องนั้น ๆ
ข. การระบายอากาศของพื้นที่ที่ไม่ใช้อยู่อาศัย
• การระบายอากาศใต้ถุน อาคารที่มีพื้นที่ชั้นล่างลอยพ้นจากระดับดิน ซึ่งบางส่วน หรือทั้งหมดของโครงสร้างนั้นเป็นไม้จะต้องมีช่องระบายอากาศอย่างน้อย ร้อยละ 10 ของเนื้อที่ใต้ถุนทั้งหมด
• การระบายอากาศห้องหลังคา และเนื้อที่เหนือเพดาน ต้องจัดให้มีทางลมผ่านตลอด มีขนาดเท่ากับร้อยละ 5 ของพื้นที่เพดาน ในกรณีที่ใช้ห้องหลังคาเป็นที่อยู่อาศัย จะต้องจัดให้มีการระบายอากาศ เช่นเดียวกับการระบายอากาศของพื้นที่อยู่อาศัย

• การระบายอากาศโดยอาศัยเครื่องมือกล (Mechanical Ventilation)ได้แก่ การระบายอากาศโดยการติดตั้งพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ เพื่อช่วยปรับระดับของอุณหภูมิและเกิดการถ่ายเทอากาศภายในห้อง หรืออาคารที่อยู่อาศัยตามความเหมาะสมที่ต้องการ โดยปกติแล้วไม่ควรน้อยกว่า 15 ลูกบาศก์ฟุตต่อคนต่อนาที ถ้า 25 ลูกบาศก์ฟุตต่อคนต่อนาที จะช่วยระบายกลิ่นได้ด้วย แต่ไม่ควรเกิน 50 ลูกบาศก์ฟุตต่อคนต่อนาที เพราะจะทำให้รู้สึกไม่สบาย สำหรับ เครื่องปรับอากาศ ควรมีอุณหภูมิ ระหว่าง 24–29 องศาเซลเซียส

การสงวนรักษาอาคารมรดกทางวัฒนธรรม ถึงแม้จะมีอาคารและผังเมืองที่ทันสมัย

34

สิงคโปร์เป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลจีนใต้ มีทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน น้ำ ที่ดิน อย่างไรก็ตามสิงคโปร์ได้เอาชนะข้อจำกัดจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีเขียวและอัจฉริยะ แต่สิงคโปร์ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ในอนาคตประเทศสิงคโปร์ได้วางยุทธศาสตร์หรือภาพอนาคตของประเทศไว้อย่างน่าสนใจ ว่า “สิงคโปร์จะเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัย เป็นเมืองที่ชาวสิงคโปร์รักและภูมิใจที่จะเรียกว่าบ้าน” โดยวางเป้าหมายไว้ว่าสิงคโปร์จะเป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในเอเชีย โดยมีองค์ประกอบคือ เป็นเมืองสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับชาวสิงคโปร์ทั้งในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไปในอนาคต

เมืองต่างๆ ของอาเซียนน่าจะสามารถเรียนรู้แนวปฎิบัติที่ดีจากสิงคโปร์ โดยเฉพาะความท้าทายที่ว่าทำอย่างไรให้เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของเมืองดีควบคู่ไปด้วยกันได้ โดยไม่ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นบทความนี้จะสรุปและชี้ให้เห็นความชาญฉลาดในการทำสิงคโปร์ให้น่าอยู่  ดังต่อไปนี้ เตรียมสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย สร้างทางเลือกและรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีความหลากหลาย  พร้อมๆ กับการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ดี  และการลงทุนสาธารณูปโภค เช่น ห้องสมุด  สนามกีฬา โรงเรียน ศูนย์บริการชุมชน  สนามเด็กเล่น  และสวนสาธารณะ

บูรณาการแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการคมนาคมขนส่ง ด้วยความพยายามในการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยในบริเวณเดียวกันหรือใกล้แหล่งงาน  หรือมีระบบโครงข่ายการขนส่งสาธารณะรองรับอยู่แล้ว  เพื่อการลดการเดินทางระหว่างบ้านไปยังที่ทำงานถือเป็นผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงของประเทศ  คนวัยทำงานไม่ต้องสูญเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ในขณะที่การคับคั่งการจราจรจะไม่เกิดขึ้น  ตามนโยบายนี้สิงคโปร์ได้กำหนดการวางผังให้ที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ผสมผสานและรายรอบย่านพาณิชยกรรม  ซึ่งประชาชนสามารถเดิน  ใช้จักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางเข้าสู่แหล่งงานภายในย่านพาณิชยกรรมได้

การสงวนรักษาอาคารมรดกทางวัฒนธรรม ถึงแม้จะมีอาคารและผังเมืองที่ทันสมัย แต่รัฐบาลสิงคโปร์และประชาชนต่างมิได้ละเลยรากเหง้าทางประวัติศาสต์ ได้ร่วมมือร่วมใจในการอนุรักษ์อาคารเก่าที่มีสำคัญทางสถาปัตยกรรมไว้มากกว่า 6,800 แห่ง ซี่งได้ส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ไม่ทำให้สูญเสียอัตลักษณ์ คุณค่าและความสำคัญ เริ่มตั้งแต่ถนนเซนต์แอนดรูว์ อันเป็นที่ตั้งของศาลฎีกาและศาลากลางเมือง ให้เห็นถึงศิลปะตะวันตกที่เข้ามาในยุคสมัยอาณานิคมไปจนถึงย่านคล้าก คีย์ (Clark Quay) กลุ่มอาคารเก่าในย่านนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และพัฒนาให้เป็นย่านธุรกิจการค้าเพื่อนักท่องเที่ยว

การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย ยังทำให้สภาพแวดล้อมดีอีกด้วย


บ้านประหยัดพลังงานเป็นอีกตัวเลือกของการสร้างบ้านในยุคปัจจุบัน ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายด้านการประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยในเรื่องของกระแสโลกร้อนที่กำลังร้อนแรงอยู่ทุกวี่วันอีกด้วย อากาศร้อนขึ้นทุกวันในปัจจุบัน ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งเกิดอุทกภัยบ่อยครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินขอเราเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานในอาคารสูงขึ้น คอนโดต่างๆ ที่ต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่กับเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น ทำให้อนาคตยิ่งขาดแคลน พลังงานมากขึ้น ดั้งนั้นเราต้องหันมาช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน พลังงานในอาคารซึ่งสามารถดำเนินการตามแนวทางธรรมชาติแล้วจะสามารถอนุรักษ์ พลังงานได้อย่างยั่งยืนกว่ามาก

การออกแบบอาคาร บ้านเรือนที่อยู่อาศัยอนุรักษ์พลังงานแนวตามแนวธรรมชาติ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาคาร บ้าน คอนโดได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อก่อสร้างบ้าน อาคาร อย่างประหยัดพลังงาน และประหยัดวัสดุอุปกรณ์ ช่วยลดความร้อนของอาคาร บ้านเรือนได้ โดยมีแนวคิดหลัก 4 ประการ ได้แก่

1 การป้องกันความร้อนด้วยที่บังแดดชั้นนอกอาคาร หรือบ้านเรือน
ควรออกแบบในลักษณะที่มีที่บังแดดตัวบ้าน อาคารชั้นนอกเหมือนกับการกางร่มเช่น หลังคาบังแดด กันสาด หรือม่าน เพื่อบังแดดให้กับตัวบ้านหรืออาคารชั้นใน มุ่งเน้นการป้องกันแสงแดด หรือรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ และต้องการถ่ายเทความร้อนได้ดีอีกด้วย
2. การระบายอากาศ และรับลมตามธรรมชาติ
สร้างบ้าน หรืออาคารที่ไม่กรีดขวางทางลมธรรมชาติ ทำให้การการระบายอากาศได้ดีอีกด้วย หากเป็นบ้านจัดสรรควรวางแผนผังให้เหลื่อมล้ำให้ได้รับลมสามารถไหลเข้าไปยังทุกบ้านในโครงการได้ ช่องเปิดให้ลมเข้าควรต้องวางให้อยู่ห่างจาก ช่องเปิดให้ลมออกมากที่สุดหรือถ้าเป็นไปได้ช่องเปิดทั้งสองควรอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกัน
3 การทำความเย็นด้วยวัสดุที่มีมวลสารต่างกัน
วัสดุมีการถ่ายเทความร้อนต่างกันไป เช่น วัสดุก่อสร้างที่มีมวลสารมาก ผนังก่ออิฐหรือคอนกรีตเสริมเหล็กจะใช้เวลาถ่ายเทความร้อนนานจึงเหมาะกับพื้นที่ใช้สอยที่ใช้งานในเวลากลางวัน เพราะความร้อนจากภายนอกอาคารจะยังไม่เข้าสู่ภายในอาคารในทันที แต่จะถูกหน่วงไว้ในตัววัสดุและคายความร้อนในภายหลังพื้นที่ภายในอาคารที่ใช้วัสดุที่มีมวลสารมาก จึงเย็นในเวลากลางวัน เหมือในโบสถ์ ส่วนวัสดุที่มีมวลสารน้อย เช่นผนังเบาจะใช้เวลาถ่ายเทความร้อนน้อยกว่า จึงทำให้ความร้อนเข้าสู่ภายในบ้าน อาคารได้เร็ว ทำให้อากาศร้อยเหมือนข้างนอกจึงเหมาะกับพื้นที่ใช้เวลากลางคืน เพราะอากาศเย็นกว่าเวลากลางวัน
4 การทำความเย็นด้วยการระเหยของน้ำ
เมื่อน้ำระเหยจะทำให้อากาศโดยรอบเย็นลง เช่นการสร้างบ้านใกล้แม่น้ำ หรือมีบ่อน้ำในบ้าน อ่างเลี้ยงปลา น้ำพุ หรือสระว่ายน้ำ เพื่อให้น้ำที่ระเหยออกมาทำให้บ้าน ตัวอาคารเย็นลงได้มากเช่นกัน

ดังนั้นการออกแบบบ้าน อาคารอนุรักษ์พลังงานตามแนวคิดธรรมชาติ ช่วยให้บ้านเย็นลง เมื่อบ้านเย็นลง จะทำให้ลดการใช้พลังงานของเครื่องทำความเย็น แอร์ พัดลม อย่างมากอีกด้วย หากติดติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียน เช่น โซล่าร์เซลล์ เพื่อผลิตพลังงาน มาใช้ในบ้าน หรืออาคารจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงอีกด้วย ซึ่งอาจไม่ต้องพึ่งพาระบบพลังงานไฟฟ้าจากสายไฟหลวงเลยก็เป็นได้ ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ของการอนุรักษ์พลังงานที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงแห่งโลกอนาคต

การสร้างบ้านให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม


การสร้างที่อยู่อาศัยนอกจากจะเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกายแล้ว ยังต้องให้ตอบสนองความต้องการทางจิตใจด้วย รูปทรงของอาคารบ้านเรือนจึงมีหลากหลายตามความต้องการของเจ้าของบ้าน แต่ความต้องการของเจ้าของบ้านอาจจะไม่ได้รับการตอบสนองทั้งหมดเพราะการสร้างบ้านยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพด้วย

รูปทรงอาคารบ้านเรือนในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมจากประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจากซีกโลกตะวันตก แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่แตกต่างกัน บ้านสวยๆตามแบบสเปน แบบเมดิเตอร์เรเนียน หรือแบบอื่นๆที่เรียกกันอาจจะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศในเมืองไทย เพราะเมืองไทยมีอากาศร้อนและฝนตกชุก สภาพของอาคารบ้านเรือน จึงไม่ควรจะเหมือนกับแถบที่มีอากาศหนาว หิมะตก แม้แต่แบบของอาคารบ้านเรือนในเมืองไทยเอง เมื่อต่างยุคต่างสมัยก็ต้องเปลี่ยนไป แบบบ้านทรงไทยแบบเดิมๆที่โล่งโปร่งสบาย ลมโกรกผ่านในสมัยก่อนก็อาจจะไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่มีมลพิษในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมือง การสร้างบ้านโดยไม่คำนึงถึงสภาพดินฟ้าอากาศ จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย เช่น ทำให้บ้านหรืออาคารสะสมความร้อน มีปัญหาน้ำรั่วซึมเนื่องมาจากฝนตกชุก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและสิ้นเปลืองพลังงาน

มีคนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่เลือกสร้างบ้านเพราะพึงพอใจลักษณะภายนอก สถาปนิกผู้ออกแบบอาจจะเข้าใจปัญหาต่างๆได้ดี แต่เมื่อเจ้าของบ้านยืนยันความต้องการแบบและวัสดุอย่างไร สถาปนิกก็ต้องตามใจเจ้าของบ้านในฐานะเป็นผู้จ่ายเงิน ทำให้แบบบ้านที่ออกมาเป็นแนวฝรั่ง แต่เมื่ออยู่ๆไปเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเมื่อเวลาฝนตก แดดส่องเพราะไม่มีชายคาทำให้ต้องต่อเติมภายหลังโดยที่เจ้าของบ้านต้องหาช่างมาทำใหม่ เพราะช่างคนเดิมหรือบริษัทเดิมไม่มาสร้างให้แล้ว หรือถ้ามาสร้างก็ไม่สามารถทำให้สอดคล้องกับโครงสร้างเดิมได้ เพราะไม่ได้ออกแบบไว้รองรับ จึงปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วๆไปว่าบ้านทรงสวยๆติดกันสาดเหล็กเพิ่ม ซึ่งไม่ได้เข้ากับรูปทรงและวัสดุของตัวบ้านเดิมเลย มีคนใช้คำที่ทำให้เห็นภาพนี้ชัดมาก

หากมีคำถามว่าสไตล์บ้านที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในเมืองไทยควรเป็นอย่างไร ก่อนตอบก็ต้องถามย้อนไปก่อนว่า แล้วสภาพอากาศในเมืองไทยน่ะเป็นอย่างไร ถ้าไม่รู้จักสภาพอากาศในเมืองไทยก็คงจะสร้างบ้านให้เหมาะสมไม่ได้ สภาพอากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทยคือร้อนชื้นและฝนชุก ดังนั้นลักษณะบ้านจึงต้องสอดคล้องกับสภาพอากาศ และใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศได้ จากสภาพอากาศที่ร้อนและมีแสงแดดมาก ลักษณะของบ้านจึงควรใช้ประโยชน์จากแสงแดดได้ แต่ไม่ควรเก็บกักความร้อนไว้ในบ้าน บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยจึงไม่ควรมีผนังเป็นกระจกเพราะจะเก็บกักความร้อน แต่ควรใช้ผนังประเภทอิฐมวลเบาที่กันความร้อนได้ดี ลักษณะของหลังคาควรจะมีชายคากันแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแดดในตอนบ่าย บ้านควรจะใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากเพื่อประหยัดพลังงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่มีฝนตกชุกนั้น แม้จะนำปริมาณน้ำฝนมาใช้ประโยชน์กับบ้านไม่ได้ แต่การออกแบบและสร้างบ้านก็ควรจะป้องกันปัญหาอันเกิดจาดฝนชุกด้วย เช่นการออกแบบบ้านให้มีกันสาด การออกแบบหลังคาให้มีความลาดเอียงเพื่อมิให้หลังคาอุ้มน้ำไว้ เป็นต้น

การปรับปรุงบ้านและบริเวณให้ถูกหลักสุขาภิบาลเพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อ

ที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์ เพราะชีวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่ เวลาสองในสามของแต่ละวัน มักจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านพักอาศัย ทั้งการพักผ่อนหลับนอน และการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในครอบครัว ส่วนเวลาที่เหลือเป็นเวลาของการทำงานหรือทำกิจกรรมในสถานที่อื่นๆ ดังนั้น จึงนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะขาดเสียมิได้ เพราะเป็นสถานที่ที่มีประโยชน์ในการป้องกันความร้อน ความหนาว แดด ลม ฝน ตลอดจน ป้องกันสัตว์และแมลงมารบกวน แต่การมีบ้านพักอาศัยนั้น จำต้องคำนึงถึงคุณภาพในหลายๆ ด้าน ให้มีสภาพที่เหมาะสมต่อการพักอาศัยด้วย คือ จะต้องเป็นบ้านที่ถูกสุขลักษณะ

ที่อยู่อาศัย หมายถึง อาคารบ้านเรือน รวมถึงตึก โรง และแพที่มนุษย์จัดสร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในที่อยู่อาศัยประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ที่ต้องการ มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อุปกรณ์และสิ่งใช้สอยที่จำเป็นตามความต้องการทางด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ที่ดีงามทั้งส่วนตัว และครอบครัวของผู้พักอาศัยสถาบัน หมายถึง อาคารสถานที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่ทำการ ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมได้ทั่วไป จึงเป็นอาคารที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน หรือสถานที่ศึกษา หอประชุม โรง – มหรสพ โรงพยาบาล โรงแรม และเรือนจำ เป็นต้นการสุขาภิบาลที่อยู่อาศัยและสถาบัน หมายถึง การจัดการและควบคุมดูแลที่อยู่อาศัยหรือสถาบันให้สะอาดถูกสุขลักษณะ โดยจัดการให้ได้ตามความต้องการขั้นมูลฐานทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ การป้องกันโรคติดต่อ และจัดให้ปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้พักอาศัยหรือผู้ใช้บริการด้วย

Housing Sanitation หมายถึง การปรับปรุงบ้านและบริเวณให้ถูกหลักสุขาภิบาลเพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อ ป้องกันอุบัติเหตุอันอาจเกิดขึ้นได้ และเป็นการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยและสุขนิสัยให้รู้จักการทำความสะอาดบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีอยู่หลายลักษณะ โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ตึกแถว เรือนแถว ห้องแถว ทาวน์เฮาส์ห้องชุดหรืออาคารชุด ไม่ว่าจะถูกเรียกอย่างไรก็ตาม แต่มีจุดมุ่งหมายคล้ายกันหรือเหมือนกันคือ ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัย ทั้งที่เป็นที่กิน ที่นอน ที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่ทำงาน ตลอดจน การทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายในชีวิตประจำวัน การที่มนุษย์เลือกที่จะสร้างที่อยู่อาศัยในลักษณะใดนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น งบประมาณการก่อสร้างหรือซื้อ ทำเลที่ตั้ง ความสะดวกสบาย จำนวนสมาชิกภายในครอบครัว จุดมุ่งหมายเชิงธุรกิจ เป็นต้น

การนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาประเทศของที่อยู่อาศัย

ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมือง ปรากฏชัดเจนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจาก ระหว่างสงคราม และเมื่อสงครามสงบมีผู้อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น โดยเช่าที่ดินก่อสร้างที่อยู่อาศัยเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้ ขาดการจัดระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทำให้ชุมชนมีสภาพแวดล้อมทรุดโทรมและกลายเป็นชุมชนแออัดในระยะเวลาต่อมา

การนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาประเทศ ทำให้เศรษฐกิจของเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานในการผลิต โดยความต้องการแรงงานภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการสูงขึ้นมาก ขณะที่ความต้องการแรงงานภาคเกษตรกรรมลดลงเรื่อย ๆ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดแรงงานจากชนบทให้เข้ามาสู่เมือง

ที่อยู่อาศัยเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับผู้ย้ายถิ่นเหล่านี้ ที่อยู่อาศัยสำหรับคนจนจะต้องมีราคาถูก ใกล้แหล่งงาน มีคนรู้จักพอจะพึ่งพาได้ ซึ่งที่อยู่อาศัยที่ว่านี้หาไม่ได้ในตลาดที่อยู่อาศัย คนจนจึงต้องช่วยตัวเองด้วยการหาที่อยู่อาศัยจากระบบที่ไม่เป็นทางการ ได้แก่ ชุมชนแออัด บ้านเช่าราคาถูก จนถึงบุกรุกที่ว่างเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยอย่างง่าย ๆ ขึ้น ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสถานภาพทางกฎหมาย และขาดโอกาสที่จะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ทำให้สภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนจนเหล่านี้ลำบากยิ่งขึ้น ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยนอกระบบสำหรับคนจนเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันมีชุมชนแออัดทั่วประเทศประมาณ 5,400 ชุมชน 115ล้านครัวเรือน ประชากรประมาณ 6.75 ล้านคน และหากรวมคนจนที่อาศัยในที่อื่น ๆ นอกชุมชนแออัด เช่น ห้องเช่าใกล้โรงงาน ห้องเช่าบนตึก กรรมกรก่อสร้าง อยู่กับนายจ้าง อยู่วัด เร่ร่อน ฯลฯ ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 25 % ของคนจนในชุมชนแออัด จะมีคนจนในเมืองทั้งหมดประมาณ 1.88 ล้านครัวเรือน ประชากร 8.25 ล้านคน

ปัจจุบันมีผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศประมาณ 8.25 ล้านคน ส่วนใหญ่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ไม่มีรายได้มากพอที่จะจัดหาที่อยู่อาศัย หรือเข้าถึงระบบตลาดที่อยู่อาศัยได้ อีกทั้งที่ผ่านมารัฐก็ไม่สามารถจัดการด้านที่อยู่อาศัยให้กับคนจนได้อย่างเพียงพอ จนก่อให้เกิดปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนในเมือง เรื้อรังมาจนถึงวันนี้ และมีแนวโน้มทวีความรุมแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้คนจากชนบทหลั่งไหลเข้าสู่เมืองอยู่ตลอดเวลา

ปัญหาแรงงานขาดแคลนภายในธุรกิจบ้านจัดสรร

ในสภาวะที่เศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรจะต้องหันหน้าเข้ามาปรึกษาและร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ต่างๆกันอย่างจริงจังเสียที จะติดขัดก็แต่ฝ่ายรัฐบาลที่จะมีความจริงใจและตั้งใจเพียงใดเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นผู้นำและแก้ไขกฎหมายต่างๆที่จะช่วยนักจัดสรร เนื่องจากปัจจุบันนี้นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ผันผวนมาโดยตลอด ราคาวัสดุก่อสร้างก็สูงขึ้นไปอีก ทำให้บ้านจัดสรรมีราคาสูงขึ้น ซึ่งก็เกินกำลังที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีฐานะยากจนอยู่จะซื้อได้ จงเรียกได้ว่าปัญหาของบ้านจัดสรรนั้นสั่งสมมาเรื่อยๆจนเมื่อกระทบกับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงเช่นนี้จึงทำให้ธุรกิจบ้านจัดสรรต้องซบเซา

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าจะเป็นโครงการในรูปแบบใดก็ตาม เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ผู้บริหารโครงการจะต้องทำการศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการขายให้รอบคอบเสียก่อน คือ การซื้อที่ดิน จะต้องพิจารณาในเรื่องของทำเล ขนาดที่ดิน ราคา โครงการในละแวกใกล้เคียง และผังเมือง สภาพเศรษฐกิจจะต้องพิจารณาในเรื่องของรายได้ประชาชาติ อัตราดอกเบี้ย และอัตราเงินเฟ้อ นโยบายด้านอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ คู่แข่ง ผู้ซื้อหรือผู้บริโภค ซึ่งจะต้องพิจารณาในเรื่องของนโยบาย ฐานะการเงิน และผู้บริหารของบริษัท รวมทั้งในเรื่องของกิจกรรมทางการตลาด งบโฆษณา และทีมงานขาย

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง

มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้แรงงานมีเพิ่มมากขึ้นเห็นได้ชัดผู้ประกอบการเริ่มมีการลงทุนและเปิดโครงการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามปัญหาแรงงานขาดแคลนยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อัตราค่าจ้างสูงขึ้นตามไปด้วย หลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาคเอกชนมีการขยายการลงทุน รวมไปถึงเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน มั่นใจว่าความต้องการแรงงานในภาคก่อสร้างจะมากขึ้น อาจขยายไปถึงระดับวิศวกร

เพราะในปัจจุบันแรงงานก่อสร้างที่เป็นแรงงานไทยขาดแคลนจึงจำเป็นต้องหาแรงงานต่างด้าวมาชดเชย ซึ่งจากที่ผ่านมามีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย มีทั้งขึ้นทะเบียนกับบริษัทก่อสร้างหรือผู้ประกอบการอสังหาฯโดยตรง หรือผ่านทางผู้รับเหมาและก็มีไม่น้อยที่ไม่มีบัตรทำงาน จากปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะแรงงานก่อสร้างเป็นเสมือนเฟืองตัวเล็กที่คอยขับเคลื่อนให้ภาคอสังหาฯเคลื่อนต่อไปได้ในระบบเศรษฐกิจเพราะภาคอสังหาฯไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีที่ดีแค่ไหนล้ำหน้าแค่ไหนงานบางส่วนก็ยังต้องใช้แรงงานคนเครื่องจักรแค่ทุ่นแรงเท่านั้น ดังนั้นผู้ประกอบการอสังหาฯจึงหวังที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างเป็นระบบ

การจัดตกแต่งบ้าน ที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นรีสอร์ทที่ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ

343083

การจัดสภาพแวดล้อมรอบๆ บ้าน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในเมืองใหญ่ห่างไกลจากธรรมชาติ หลักฮวงจุ้ยสอนว่า บ้านที่ดีอยู่แล้วสบาย จะ ต้องเป็นบ้านที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ความหมายของคำว่า “ธรรมชาติ” ภาพที่นึกถึงก็คือ สภาพที่เป็นป่าเขาลำเนาไพร มีธารน้ำไหลรินให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ลักษณะธรรมชาติแบบนี้ไม่มีสิทธิ์หาได้ในเมือง ใหญ่ที่เต็มไปด้วยบ้านที่แออัดสร้างติดๆ กัน ประเภทหลังบ้านชนหลังบ้าน เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมของธรรมชาติขึ้นมาเอง ภายในบ้าน

ปัจจุบันการตกแต่ง การจัดสวนภายในบ้าน จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพราะคนเราเริ่มตระหนักแล้วว่า ธรรมชาติมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต หลังจากที่ ธรรมชาติถูกทำลายไปจนเกือบจะเยียวยาไม่ได้อยู่แล้ว

“แต่งบ้านอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับหลักของธรรมชาติล่ะ”
ถ้าจะพูดแบบเข้าใจง่ายๆ และเห็นภาพ ก็คือ แต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ท เคยสังเกตกันไหมว่า เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักที่รีสอร์ทสวยๆ เราจะรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ได้เห็นสวนสวยๆ น้ำพุ น้ำตก หรือสระน้ำกว้างๆ ให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

การทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท คนในบ้านจะได้พักผ่อนได้ทุกวัน
เป็นคอนเซ็ปท์ ในการแต่งบ้านล่ะ องค์ประกอบในการแต่งบ้านให้เป็นรีสอร์ทนั้น จะมีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบ้าน รูปแบบของสวน แต่ถ้ามอง กันที่ภาพรวม บ้านที่เป็นรีสอร์ทได้นั้น ก็คือ บ้านที่แวดล้อมไปด้วยสวน เมืองไทยเป็นเมืองร้อน การแต่งบ้านจึงเน้นไปที่ความเย็น การจัดสภาพแวดล้อมแบบรีสอร์ท ถือเป็นการตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด สิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ที่จะทำให้บ้านเย็น จะมีอยู่ 3 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ ลม น้ำ และต้นไม้

1. ลม ทำให้อากาศมีการไหลเวียน ไล่กลิ่นอับที่อยู่ในบ้าน นอกจากนี้ยังนำอากาศบริสุทธิ์ (ออกซิเจน) จากต้นไม้ที่อยู่ใกล้มาให้คนรอบข้างอีกด้วย
2. น้ำ ให้ความเย็นสดชื่น น้ำที่เคลื่อนไหวจะให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวา เบิกบานใจ เมื่อได้มองเห็น เสียงน้ำให้ความเพลิดเพลิน และผ่อนคลายยามได้ยิน
3. ต้นไม้ ให้ร่มเงาและปกป้องมลภาวะจากเสียง ฝุ่นละออง และฝน นอกจากนี้ยังให้ออกซิเจนที่บริสุทธิ์ ทำให้อากาศบริเวณนั้นดีกว่าบริเวณที่ไม่มีต้นไม้

เพราะฉะนั้น องค์ประกอบในการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นรีสอร์ท จึงต้องมีทั้ง 3 ปัจจัยนี้ ส่วนการจัดจะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของบ้านเป็นสำคัญ ประโยชน์ ของการทำบ้านให้เป็นรีสอร์ท นอกจากจะให้ผลดีกับคนในบ้านแล้ว บ้านที่อยู่รายล้อมก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย ความสวยงามของสวน ความร่มรื่นของต้นไม้ ใครอยู่ใกล้ก็ให้ ความรู้สึกดีทั้งนั้น

ลองนึกภาพกันดูว่า ถ้าบ้านทุกหลังเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่ปลูกต้นไม้คนละต้นสองต้นในบ้านของตัวเอง แค่นี้ก็ สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับสถานที่นั้นแล้ว ต้นไม้ให้ออกซิเจน การจัดสวนปลูกต้นไม้ ก็คือ การสร้างปอดเอาไว้ในบ้าน รีบทำบ้านให้เป็นรีสอร์ทกันรับรองว่าสุขภาพกายและใจของคนในบ้านจะต้องดี อย่างแน่นอน